
เพื่อร่วมกันลงอุโบสถฟังสวดพระปาฏิโมกข์ อันเป็นระเบียบข้อปฏิบัติของพระภิกษุสงฆ์ แต่เมื่อใดก็ตามที่สงฆ์เกิดความไม่เข้าใจกัน ก็ทรงอนุญาตให้ร่วมกันลงอุโบสถก่อนกำหนด เพื่อทำความเข้าใจระหว่างกันและกัน ไม่ปล่อยให้ความไม่เข้าใจสะสมพอกพูน จนกลายเป็นความขัดแย้งขึ้นในคณะสงฆ์ พระองค์เรียกวันนั้นว่า “วันสามัคคีอุโบสถ”
ในตอนท้ายพระปาฏิโมกข์ พระพุทธองค์ทรงให้ย้ำเตือนพระสงฆ์สาวก ถึงความสามัคคีของหมู่คณะทุกครั้ง ว่า
ตัตถะ สัพเพเหวะ สะมัคเคหิ สัมโมทะมาเนหิ อะวิวะทะมาเนหิ สิกขิตัพพันติฯ แปลว่า ขอให้พระสงฆ์ทั้งมวล พึงมีความสามัคคีปรองดองกัน มีน้ำใจต่อกัน อย่าทะเลาะวิวาทกัน ศึกษาพระปาฏิโมกข์นั้น ฯ
ประเทศไทยเป็นประเทศที่เน้นความสามัคคีของคนในชาติ ในการพัฒนาประเทศมาตลอด เพราะยึดหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาว่าด้วยความสามัคคีดังกล่าว เนื่องจากบรรพบุรุษไทย ได้เห็นผลแห่งการขาดความสามัคคีในอดีตว่า ทุกครั้งที่คนในชาติขาดความสามัคคี ย่อมนำมาซึ่งการล่มสลายของชาติบ้านเมือง เช่น การล่มสลายของกรุงศรีอยุธยา นำมาซึ่งความเจ็บปวดทุกข์ระทมขมขื่นของคนไทยทั้งแผ่นดิน
ภายหลัง เมื่อบูรพมหากษัตริยาธิราช นำประชาชนกอบกู้เอกราช และสร้างมหานครของชาติไทยขึ้นอีกครั้ง ปรากฏเป็นกรุงธนบุรี และรักษาเอกราชสืบมาโดยลำดับถึงกรุงเทพมหานคร เพราะพลังแห่งความสามัคคี และการร่วมแรงร่วมใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน
บรรพบุรุษไทย จึงเห็นอานิสงส์แห่งความสามัคคี ว่า สามารถที่จะรักษาผืนแผ่นดินไทยให้เป็นปึกแผ่น ยืนหยัดอยู่อย่างสง่างามได้
เพราะความที่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซึมซับอยู่ในสายเลือดของคนไทย ต่อมาจึงได้มีการนำเอาใจความที่สำคัญเกี่ยวกับความสามัคคี มาประพันธ์ไว้ในเนื้อร้องเพลงชาติไทยว่า “ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี” เพื่อย้ำเตือนคนไทยทั้งแผ่นดินให้มีสติ อย่าแตกความสามัคคี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส เกี่ยวกับความสามัคคีของคนไทยอยู่เสมอ แสดงให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย ที่ยึดหลักความสามัคคีเป็นหลักในการพัฒนาประเทศชาติ
การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ทำให้เกิดวิธีการปกครองบ้านเมืองในระบอบใหม่ นำมาสู่การล่มสลายของสถาบันศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก แต่สถาบันศาสนาและพระมหากษัตริย์ไทย กลับรุ่งเรืองโดดเด่นอยู่เคียงคู่กับชาติไทยตลอดมา จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน ที่ไม่มีประเทศใดเสมอเหมือน
ประเทศไทยจึงเป็นประเทศหนึ่งเดียวในปัจจุบัน ที่ยังมีสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับประชาชน ไม่ว่ายามสุขหรือทุกข์ สามารถนำพาประเทศชาติก้าวข้ามวิกฤตการณ์ต่างๆ ผ่านห้วงเวลาแห่งความยากลำบากไปได้ จนเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศในปัจจุบัน
ชาติ ศาสนา พระกษัตริย์เป็นแกนของประเทศ
ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา มีโครงสร้างเป็นของตนเอง โดยเฉพาะ คือ มีสถาบัน ๓ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระกษัตริย์ เป็นหลัก ข้อปฏิบัติใด ๆ อันเกิดจากดำริชอบ ที่จะเป็นไปเพื่อจรรโลงสถาบันทั้ง ๓ กล่าวได้ว่า เป็นความปรารถนาดีที่ควรแก่การยกย่องสรรเสริญ ของท่านผู้ที่มีเหตุผล และยึดถือความดีความงามของประเทศชาติบ้านเมือง
การที่ปฏิบัติเช่นนี้ได้ ย่อมมีความเข้าใจดีเหมือนกันทั้งนั้นว่า ได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรประการหนึ่ง เป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐอีกประการหนึ่ง และประการที่สำคัญยิ่ง คือ การปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือแกนของประเทศ
แต่ละประเทศมีหลักเกณฑ์ หรือแกนของประเทศแตกต่างกัน แต่มีความต้องการตรงกันนั้น คือ ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศแห่งตน
ประเทศไทยของเรา ท่านทั้งหลายทราบกันดีว่า ผู้ที่ก่อตั้งประเทศไทยขึ้น เป็นกลุ่มคนนิยมในเรื่องศีลธรรม มีจิตใจน้อมไปในทางสงบ ซึ่งได้ปฏิบัติศีลธรรม จนกระทั่งเป็นเลือด เป็นเนื้อ เป็นชีวิตจิตใจ เมื่อเกิดเป็นประเทศไทยขึ้น จึงเป็นประเทศที่มีเลือดเนื้อเป็นคุณธรรม มีจิตใจเป็นคุณธรรม หนักแน่นในคุณธรรม ปกครองแผ่นดินด้วยคุณธรรม
ท่านเน้นในเรื่องคุณธรรมเป็นสำคัญ จนกระทั่งทำให้พูดกันได้ว่า แกนของประเทศไทยก็คือ ศีลธรรม หรือคุณธรรม จริยธรรมนั่นเอง
ท่านทั้งหลายทราบจากประวัติศาสตร์ของประเทศไทยว่า องค์พระมหากษัตริย์ตั้งแต่ยุคที่เรียกกันว่า สุโขทัย มีมากสิ่งมากประการที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งมั่นแห่งคุณธรรม และจริยธรรมของคนในชาติบ้านเมือง
จากในศิลาจารึกก็ดี หรือประวัติศาสตร์ ตำนานที่เล่ากันมาก็ดี เป็นที่ยืนยันตรงกัน ทั้งในประเทศไทยเอง และต่างประเทศว่า ประเทศนี้เป็นประเทศที่ถือศีลธรรมเป็นเกณฑ์ หรือถือคุณธรรม จริยธรรม ความรู้สึกของคนในประเทศสอดคล้องกับพระราชหฤทัยองค์พระมหากษัตริย์ในยุคนั้น ๆ
จนกระทั่งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ท่านทั้งหลายก็จำกันได้ดี เช่นว่า ไทยนี้รักความสงบ เป็นต้น หรือคำที่กล่าวว่า ไม่รุกราน แต่ก็พร้อมที่จะรบ คือ ถือเอาศีลธรรมขึ้นหน้าเรื่องอื่นตามมาที่หลัง การที่เป็นเช่นนี้ ทำให้ประเทศไทยของเรา มีความภาคภูมิใจมาโดยลำดับว่า รักษาความเป็นไทยไว้ได้
แกนที่สำคัญนั้น คือ ศีลธรรม หรือคุณธรรม จริยธรรม ทำให้สามารถรักษาความเป็นไทยมาได้
| < Prev | Next > |
|---|
