คนไทยนับถือพระพุทธศาสนา โดยสายเลือด

4364 จำนวนผู้เข้าชม  |  งานพระราชนิพนธ์

คนไทยนับถือพระพุทธศาสนา โดยสายเลือด


ขอแสดงความปิติยินดี อนุโมทนาอย่างสูงยิ่ง ต่อน้ำใจที่งดงามของท่านทั้งหลาย ที่ได้แสดงออกต่อพระพุทธศาสนา ให้การปฏิสันถารต้อนรับพระภิกษุสงฆ์ที่เดินทางมาในพิธี ตามที่ท่านอัครราชทูตได้กล่าวไปแล้วนั้น


อาตมภาพขอพูดแบบกันเองไม่เป็นทางการตามที่อัครราชทูตไทยของเรา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนท่านเอกอัครราชทูต ได้กล่าวให้เราทั้งหลาย ได้ทราบถึงความเป็นมา โดยละเอียดถี่ถ้วน เป็นเหตุให้เราทั้งหลาย ทั้งฝ่ายพระสงฆ์และท่านสาธุชนญาติโยมทั้งหลาย ได้ทราบร่วกันอีกครั้งหนึ่ง


วัดพุทธารามนี้ มีความเป็นมาตั้งแต่ริเริ่มเป็นอย่างไร ทำให้เราทั้งหลายได้มีความภูมิใจร่วมกันว่า เรานับถือพระพุทธศาสนาโดยสายเลือด แม้จะไม่ได้ทราบถึงหลักธรรมอย่างสูง และปฏิบัติธรรมได้อย่างสูง แต่ในสายเลือดนั้น ทุกท่านก็เป็นชาวพุทธเต็มครบถ้วน

เมื่อได้มาอยู่ต่างประเทศ ความรู้สึกว่า เป็นชาวพุทธนั้นก็ทำให้ท่านทั้งหลายเกิดความรู้สึกว่า จะทำอย่างไรให้ท่านทั้งหลายที่มาอยู่ประจำ ได้มีวัดเกิดขึ้นและมีพระสงฆ์มาอยู่ประจำความปราถนาในใจนี้ เหมือนกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด แต่บางคนก็ได้พูด บางคนก็ไม่ได้พูด บางคนได้ทำด้วยตนเอง บางคนก็สนับสนุนส่งเสิรม เพราะเหตุที่มีความเป็นชาวพุทธอยู่ในใจนั่นเอง

อาตมภาพ ได้ทราบความริเริ่มมาตั้งแต่ต้นว่า พี่น้องชาวพุทธที่นี่มีความต้องการอย่างไร จึงได้ปรึกษากับท่านเจ้าคุณที่สวีเดน ที่ท่านทั้งหลายเรียกกัน ด้วยคำสามัญว่า “หลวงตา” ว่า ทำอย่างไรจึงจะให้มีพระได้ไปอยู่ประจำที่นอร์เวย์ ทำอย่างไรจะให้มีวัดเกิดขึ้น ระหว่างที่ไม่มีวัด ก็ได้ปรึกษากันว่า เมื่อชาวพุทธที่นอร์เวย์ต้องการพระในโอกาสต่างๆ ก็ขอให้เดินทางมา ท่านเจ้าคุณหลวงต่อ ก็ได้ทำตามที่ตกลงกันไว้


จนกระทั่งต่อมา ท่านพระครูปลัดสำรวจได้มาอยู่ที่สวีเดน ที่วัดพุทธาราม กรุงสต๊อกโฮล์ม เป็นเหตุให้ท่านเจ้าคุณหลวงตา นึกว่า เป็นโอกาสดีแล้วที่จะให้ ท่านพระครูปลัดสำรวจมาอยู่ที่นี่ เพราะว่าท่านพระครูปลัดฯ นั้น มีน้ำอดน้ำทนสูง คนที่จะมาอยู่นอร์เวย์นี้ต้องอดทนสูงอีกเท่าตัว จากการอยู่ในประเทศอื่นๆ เพราะว่าดินฟ้าอากาส เป็นต้น ทำให้พระสงฆ์อยู่ยาก อย่างที่ท่านนพพร อัครราชทูตได้กล่าวแล้ว

 


ท่านพระครูปลัดสำรวจ แสดงวามมีน้ำอดน้ำทนสูง ตั้งแต่เริ่มมาในเบื้องแรก และจนกระทั่งได้เกิดวัดนี้ขึ้น เมื่อเริ่มจดทะเบียนเป็นสมาคม อาตมภาพก็ได้รับทราบและก็ดีใจว่า อย่างไรวัดต้องเกิดขึ้นแน่แล้ว และพระสงฆ์ก็จะได้ไปอยู่ประจำแน่

 

ต่อมา ได้ทราบชัดเจนว่า ท่านพระครูปลัดฯ นี้ อยู่เป็นหลักที่นี่แน่นอน และท่านเดินทางกลับเมืองไทย ก็ไปบอกให้อาตมาทราบ ถึงความก้าวหน้า ในการสร้างวัดว่า เป็นอย่างไร


ท่านไม่เคยเอ๋ยปากบอกอาตมาว่า ให้มาเปิดวัด เพราะว่าเดินทางไกล และเห็นว่า อาตมานี้แก่มากแล้ว เดินทางลำบาก ท่านไม่ได้ขอร้องว่า ให้ช่วยมาเปิดวัด แต่ว่าความประสงค์ของท่านที่คุยกันนั้น ทำให้อาตมารู้ว่า หลวงตาก็ชั่งใจตัวเองว่า อายุมากสังขารไม่ค่อยอำนวยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว จะมาได้อย่างไร


แต่ก็นักใจว่า ปีนี้ในหลวงของเราอายุย่างเข้า ๗๒ ปีแล้ว มาเปิดวัดนอร์เวย์ก็ดี ได้ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ในหลวงด้วย แล้วก็ตรงกับปี ๒,๐๐๐ ตามที่ชาวโลกเขากล่าวกันด้วย ก็เลยตัดสินใจมา


ทีแรกก็นึกว่าจะเดินทางกันมาสึก ๒ – ๓ องค์ แต่ก็คิดว่า ถ้ามาแล้วก็ให้เป็นหมู่เป็นคณะ เป็นกลุ่มเป็นก้อน ทีแรกชวนกันมา ๑๐ องค์ ผลที่สุดก็เหลือ ๙ องค์ เหมือนอย่างที่เคยตั้งใจว่า ๙ องค์ เดินทางมาเพื่อร่วมเปิดวัดกับท่านทั้งหลายในวันนี้

นี้ขอเล่าถึงความตั้งใจ สอดคล้องกับที่ท่านเจ้าคุณหลวงตา และท่านพระครูปลัดสำรวจมีความรู้สึก และตรงกับที่ท่านอัครรชทูต ท่านได้กล่าวไปแล้ว


ท่านทั้งหลายทราบดีว่า ประเทศนอร์เวย์กับประเทศไทยนั้นไกลแต่เหมือนใกล้ เพราะว่าในหลวงรัชกาลที่ ๕ ของเรา เสด็จมานอร์เวย์ ที่นอร์ดเค็ป ในสมัยโน้นท่านเสด็จมาทางเรือ ลำบาก เรพาะอย่างนั้น พวกท่านทั้งหลาย ที่มาอยู่ที่นี่ ต้องนึกว่า เรามาอยู่โดยเสด็จพระราชกุศล ตามในหลวงรัชกาลที่ ๕


ปี พ.ศ. เท่าไรที่ในหลวงรัชกาลที่ ๕ เสด็จมา ก็พ.ศ. ๒๔๕๐ คิดดู พ.ศ. ๒๔๕๐ ถึงเวลานี้เท่าไรแล้ว ปีนี้ พ.ศ. ๒๕๕๒ รวมแล้วเกือบร้อยปี เกือบร้อยปี ที่พระองค์เสด็จมาที่นี่

 


มหามงคลในรอยธรรม


เดี๋ยวนี้เราไม่รู้ว่าทำไมเราจึงมาอยู่ที่นี่ แต่เราก็เชื่อว่า คนเราเกิดตายเกิดตาย เวียนมาจนกระทั่งมาเข้ายุคนี้ เลยได้มาอยู่ที่นี่ ยุคนั้นพวกเราคงโดยเสด็จมากับในหลวงรัชกาลที่ ๕ ถึงได้พลัดกันมาอยู่ที่นี่อีก


แต่ในหลวงท่านไม่อยู่เสียแล้ว


อาตมภาพรู้สึกว่า ท่านทั้งหลายนี้ โดยเสด็จในหลวงรัชกาลที่ ๕ มาอยู่ในปรเทศนี้ แล้วสมเด็จพี่นางก็ได้เสด็จมาเปิดอนุสาวรีย์ของในหลวงรัชกาลที่ ๕ เพราะอย่างนั้น ให้ดีใจว่า แม้เราจะอยู่ต่างกัน ที่จังหวัดนั้นบ้าง จังหวัดนี้บ้าง ล้วนไปเกิดทีหลัง เราไม่รู้บุญกรรมที่เราทำไว้ ส่งให้เราไปเกิดที่จังหวัดนั้นบ้าง จังหวัดนี้บ้าง แต่ผลที่สุดก็ต้องมารวมกันอยู่ที่นี่ โดยเสด็จในหลวงรัชกาลที่ ๕ จึงเป็นเรื่องน่าดีใจ


แล้วในหลวงรัชกาลที่ ๕ นี้ ท่านเคยบวชพระ นับถือพระพุทธศาสนา เรามาตั้งแต่วัดด้วยแล้ว พอดีตั้งวัดนี้อยู่ในช่วงที่ในหลวงของเรา พระองค์ปัจจุบัน พระชนมพรรษา ๖ รอบ ๗๒ ปี เราก็ได้เปิดวัดในปีนี้ ถือว่าเป็นมหามงคล จะได้ถวายพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านด้วย


ในหลวงของเรา พระองค์ปัจจุบันนี้ ท่านก็เป็นหลานของในหลวงรัชกาลที่ ๕ นี่พูดแบบชาวบ้านธรรมดา เราทั้งหลายก็เปิดวัดถวายพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน แม้จะอยู่ต่างประเทศ เราก็สามารถที่จะร่วมกัน ถวายพระพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านได้ ซึ่งก็ขอฝากท่านนพพร อัครราชทูตเพื่อรายงานท่านเอกอัครราชทูตด้วย


ให้รายงานเข้าไปยังกระทรวงต่างประเทศว่า ที่นี่ เปิดวัดในวันนี้ วันที่เท่านี้ เวลาเท่านี้ โดยพี่น้องชาวไทยที่มาอยู่ที่นี่ได้ร่วมกันสร้างวัด และเปิดวัดถวายพระราชกุศล กระทรวงต่างประเทศก็จะได้แจ้งให้รัฐบาลได้ทราบ ท่านพระครูปลัดสำรวจ เป็นประธานสงฆ์ เป็นหลักในการได้เปิดวัดถวายพระราชกุศลนี้


คณะที่มา แม้จะมาจากกรุงเทพฯ ก็เช่นเดียวกันเราได้มาร่วมกันเปิดวัดถวายพระราชกุศล ซึ่งจะเป็นบุญอย่างมหาศาลแก่ชีวิตของเรา ท่านอัครราชทูตนพพรพูดว่า ดินฟ้าอากาศอำนวยฝนลงมา ถ้าพูดตามบ้านเราก็ฝนลงเป็นมงคล แต่ที่นี่ก็คงจะหนาวจัดขึ้น เอาละเราถือตามบ้านเราว่า เป็นมงคล ฝนก็ลงมาในเวลาที่เราจะเปิดวัด

 


ครั้งแรกอาตมา มาที่ประเทศนอร์เวย์นี้ เมื่อปี ๒๕๐๗ รวมแล้ว ๓๕ ปี บอกท่านทูตนพพรว่าได้มาที่นี่ ๒๐ กว่าปีแล้ว ที่จริงมาตั้งแต่ ๒๕๐๗ แล้ว


ตอนนั้น นึกว่าคนไทยเรายังมีน้อย และคนไทยมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ค่อยรู้จักกัน ต่อไปคนไทยจะต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน เมื่อคนไทยมาอยู่เพิ่มขึ้นแล้วจะทำอย่างไร นึกว่าต่อไปคนไทยเราจะไปอยู่ทั่โลก ถ้าหากที่นอร์เวย์นี้มีคนไทยมากขึ้นถึง ๕๐ คน ๖๐ คน จะทำอย่างไรให้มีพระอยู่ที่นอร์เวย์นี้ด้วย พระจะได้อยู่คู่กับชาวไทย


ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาจนถึงวันนี้รวมแล้ว ก็ ๓๕ ปี ไม่ใช่น้อย กว่าจะเกิดวันนี้ขึ้นที่นอร์เวย์ได้ พระครูปลัดสัมพิพัฒนธุตาจารย์ ที่มาจากวัดสระเกศ อีกองค์ บอกว่าเกิดปี ๒๕๐๗ ปีนี้ก็มีอายุครบ ๓๕ ปีพอดี ท่านเกิดตรงปีที่อาตมามาที่นี้ครั้งแรก เข้าใจว่าหลายท่านที่อยู่ที่นี่อาจจะเกิด พ.ศ. ๒๕๐๗ บ้าง


๓๕ ปีก่อนได้มาที่นอร์เวย์ และตั้งใจไว้ว่าจะสร้างวัดให้ได้ก็เป็นความจริงขึ้นมาแล้ว แม้จะรอนานเป็นระยะเวลาถึง ๓๕ ปี จึงสามารถสร้างวัดที่นี่ได้ แต่ก็นับว่าคุ้มกับการรอคอย


นึกว่าจะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องชาวไทย ไม่ได้มุ่งหมายเอาชาวต่างประเทศอะไรหรอก เอาคนไทยนี่ แหละก่อน มุ่งหมายว่าคนไทยเรานี่มาอยู่นี้ มีพระแล้วจะได้อบอุ่นใจ

 

ในเมื่อมีปัญหาอะไรบอกใครไม่ได้ ก็จะได้มาที่วัด บอกพระบ้าง บอกพระไม่ได้ ก็บอกพระพุทธรูปท่าน บอกว่าเวลานี้เป็นอย่างนี้ๆ เล่าให้ท่านฟัง แล้วท่านก็จะได้ช่วย ไม่ใช่เรางมงายไปทางศักดิ์สิทธิ์ แต่เราไม่สามารถที่จะบอกเรื่องนั้นแก่ใครได้ เราบอกแก่พระสงฆ์ อย่างพระครูปลัดฯ เดี๋ยวนี้ ก็บอกแก่ท่านว่าอย่างนี้ๆ มีเรื่องอย่างนี้ดีบ้าง ไม่ดีบ้างก็แล้วแต่ ดีก็บอก ไม่ดีก็บอก


ทีนี้บางเรื่องบอกท่านไม่ได้ แล้วจะบอกใคร ก็บอกหลวงพ่อพระพุทธรูป บอกหลวงพ่อพระประธาน อธิษฐานในใจว่า เวลานี้กำลังดำเนินกิจการ ดำเนินชีวิตไปกำลังดี ขอให้หลวงพ่อทราบด้วย ขอให้หลวงพ่อช่วยส่งเสริมด้วย เราบอกท่านก็จะทำให้เรามั่นใจมากขึ้นว่า เราจะต้องดีขึ้นแน่ๆ ถ้ามีปัญหาเราก็นึกว่า ท่านจะต้อช่วยให้บรรเทาปัญหาของเราได้ ก็มาบอก อยู่ไกลๆก็มา เหมือนวันนี้ บางท่านบอกว่ามาถึงตั้งแต่ตี ๓ ไกลเท่าไรก็ไม่รู้ มาไกลเหลือเกิน


ทีนี้ถ้าท่านพระครูปลัดฯ ไม่ไปที่โน่น ก็มาที่นี่ มาไม่เจอก็ไปหาหลวงพ่อ แล้วบอกว่า อยู่ที่โน่นสบายดีหลวงพ่อช่วยคุ้มครองด้วย ถ้าไม่สบายก็บอกหลวงพ่อช่วยคุ้มครองรักษาลูกด้วย ช่วยดูแลลูกด้วย


จะเห็นได้ว่า ท่านทั้งหลายมีที่พึ่งแล้ว มีหลักแล้ว แม้จะมาไกล แต่เราก็มีหลักมีพี่พึ่ง ยึดเป็นอันหนึ่งอันเดียว บอกพระสงฆ์ไม่ได้ ก็บอพระพุทธ บางอย่างบอกได้ทั้งพระสงฆ์ บอกได้ทั้งพระพุทธแล้ว เราก็จะได้มั่นใจว่าเราอยู่ได้แน่ และชีวิตของเราก็จะดำเนินไปได้อย่างไม่มีปัญหาแน่


ที่อาตมาพูดมานี้ ก็ยาวไปหน่อย แต่เมื่อมาเจอกนแล้วก็ต้องพูดอย่างนี้แหละ ที่จริงอยากจะอยู่ไปอีกสักวันหนึ่ง แต่ได้บอกเมื่อวานแล้วว่า เกิดมีกำหนดเพิ่มว่า ควรจะไปฟินแลนด์ด้วยเรพาะว่าเจ้าคุณหลวงตาก็ดี ท่านพระครูปลีดสำรวจก็ดี ได้เคยพูดว่าที่ฟินแลนด์นั้นก็จะไปดู หากจะมีพระไปอยู่ก็จะได้ทำเหมือนที่นี่ อาจจะทำให้ชาวไทยนี่นี่นได้เกิดความอบอุ่น ยังไม่มีวัดแต่ก็ลองไปดูก่อน เหมือนกับอาตมามาที่นี่ เมื่อปี ๒๕๐๗ ยังไม่มีวัด เวลานี้วัดก็เกิดขึ้นแล้ว ดีใจที่ท่านทั้งหลายไม่มีหลักในทางใจ ต่อไปฟินแลนด์ก็คงจะมีวัดเช่นกัน


 

บ้านเมืองของเรานี้เราถือกันว่า ประเทศชาติบ้านเมืองเป็นเรือนกาย พระศาสนาเป็นเรือนใจ เราคนไทยนี้ไม่เหมือนกับประเทศอื่น คือ เรามีทั้งเรือนกายมีทั้งเรือนใจ ประเทศเป็นเรืยนกาย พระศาสนาเป็นเรือนใจ ประเทศเรามนี้มีเรืยนใจ คือ พระศาสนา


เพราะอย่างนั้น เมื่อท่านทั้งหลายมาอยู่ที่นี่ แม้มาไกลแสนไกล แต่ก็มีทั้งสองอย่าง คือ มีทั้งเรือนกายและเรือนใจ จึงขอให้ทุกคน มั่นใจที่จะอยู่ที่นี่ สามารถทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองไปได้


การรวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นเรื่องสำคัญ ชาวไทยของเรารวมเป็นกลุ่มเป็นก้อน มาตั้งแต่ไหนแต่ไร จึงได้เกิดประเทศไทยขึ้น ตั้งแต่สมัยพ่อขุนราคำแหง เรามาอยู่ที่นี่เราก็สามารถรวมเป็นกลุ่มเป็นก้อนได้ เหมือนกันกับบรรพบุรุษของเราแต่อดีตกาล เราจึงได้ดำเนินชีวิต ตามแบบอย่างของบรรพบุรุษ


ที่พูดไปแล้ว ขอให้นึกชื่นใจว่า ทุกคนที่มาอยู่ที่นี่ ก็ขอให้นึกว่า เรามาอยู่โดยเสด็จในหลวงรัชกาลที่ ๕ จะเป็นใครก็ตาม มาใหม่ก็ให้บอกันให้ทราบ มาอยู่ที่นี่แล้วก็นึกถึงในหลวงรัชกาลที่ ๕ ที่เรามาอยู่นี้ เพราะ เราเคยเป็นลูกเป็นหลานพระองค์ท่าน ที่โดยเสด็จมาในสมัยโน้น ในสมัยนี้เราจึงได้มาอยู่ที่นี่ เพราะเราเป็นลูกเป็นหลานของท่าน


เพราะเหตุนั้น เราจึงมีวัดขึ้นเป็นหลักใจ เราจึงมีทั้งเรือนกายและเรือนใจ ตามที่พูดไปแล้ว


บัดนี้ได้เวลาที่เหมาะสม เราทั้งหลายจะได้ร่วมกันประกอบพิธีเปิดวัด เวลาที่เปิดวัดพระสงฆ์ก็จะได้เจริญชัยมงคลคาถา เพื่อความมั่นคงของวัดเรา และเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของเราทุกคนด้วย .



-------------------------------------------------------




เรียบเรียงโดยสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ วัดสระเกศ

ที่มา: หนังสือเย็นหิมะ ในรอยธรรม. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)

 

 

Powered by MakeWebEasy.com